เว็บไซต์เผยแพร่บทสวดมนต์


ตั้งแต่ 27พ.ค.64 เป็นต้นไป
เว็บไซต์มีปรับใหม่
(เผยแพร่บทสวด, ภาพหลวงปู่ดู่)

เสียงสวดมนต์
พระคาถาจักรพรรดิ


เสียงสวดหมู่คณะ
เสียงสวดหลวงตาม้า

เสียงหลวงปู่ดู่สวดไตรสรณคมน์
เสียงหลวงปู่ดู่ให้พร

*** แต่ละคลิปเสียง เมื่อโหลดจนจบไฟล์แล้ว สามารถปิดเน็ตและฟังต่อเนื่องได้เลยโดยไม่ต้องต่อเน็ต ทำได้ทุกอุปกรณ์ (ได้ผลดีกับมือถือที่เปิดหน้านี้ในเบราว์เซอร์ Chrome) , สำหรับคอมฯและมือถือระบบแอนดรอยด์ สามารถดาวน์โหลดไฟล์มาเก็บที่เครื่องโดยคลิกที่จุดไข่ปลา3จุด(อยู่ริมขวามือของคลิปเสียง) แล้วคลิกดาวน์โหลด.


)) พระคาถามหาจักรพรรดิ ((
นะโมพุทธายะ,
พระพุทธะไตรรัตนญาณ,
มณีนพรัตน์, สีสะหัสสะสุธรรมา,
พุทโธ ธัมโม สังโฆ, ยะธาพุทโมนะ,
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา,
อัคคีทานังวะรังคันธัง,
สีวลีจะมหาเถรัง,
อะหังวันทามิ ทูระโต,
อะหังวันทามิ ธาตุโย,
อะหังวันทามิ สัพพะโส,
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ.

การสวดมนต์บทพระมหาจักรพรรดิ จะสวดกี่จบก็ได้ตามที่สะดวก, ให้สวดด้วยอารมณ์สบายๆ ไม่กด/ ไม่เพ่ง/ อย่าอยากหรือไม่อยากเห็นนิมิต แต่ให้วางอารมณ์กลางๆ, ทำอารมณ์ให้สบายๆ ตาอยู่ที่ภาพพระ (มองสบายๆ) จิตอยู่ที่พระ (ที่นำมากำภาวนา) หรือจิตอยู่กับไตรสรณคมน์, หรืออยู่กับหลวงปู่ดู่, หรืออยู่กับจักรพรรดิ, หรืออยู่กับคำบริกรรมบทสวด นั่นคือ..ให้จิตอยู่กับบุญกุศล (กรรมฐานในที่นี้กล่าวถึง “อนุสติ” คือการตามระลึก นั่นเอง)
มองภาพพระ(ภาพใดก็ได้ที่เราชอบ) แล้วหลับตาเบาๆ ..นึกถึงภาพพระเอาไว้ พอภาพหายไปก็ลืมตามองใหม่ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ สบายๆ หรือบางท่านก็นึกในใจคุยกับหลวงปู่ดู่, บางท่านก็นึกไปสวดหรือไปสัพเพฯ ตามสถานที่ต่างๆ, บางท่านก็พิจารณาข้อธรรม, บางท่านก็พิจารณาความหมายของบทสวด เป็นต้น ให้จิตวนเวียนอยู่แถวนี้ และขอบารมีหลวงปู่ดู่ อัญเชิญเทพพรหมทุกภพทุกชั้น และทุกภพภูมิ มาสวดมนต์กับเราด้วย โดยเฉพาะโลกของวิญญาณ เวลาเราสวด-เขาก็สวด, จิตเราสว่าง-เขาก็สว่าง เป็นมิตรเกื้อกูลกันในการเวียนว่ายตายเกิด
การแผ่บุญ, การสัพเพฯ อัญเชิญพระเข้าตัวแล้วแผ่ออกไป โดยน้อมอาราธนาบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ, น้อมนำบารมีรวมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ตั้งแต่สมเด็จองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิเป็นต้นมา, บารมีรวมพระปัจเจกฯ, พระโพธิสัตว์, พระธรรม, พระอริยสงฆ์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและอนาคต, บารมีรวมของเทพพรหม รวมทั้งบุญบารมีเราทั้งหลาย
…..น้อมมา ..ผ่านที่เราซึ่งมีรูปและนาม พร้อมกับเจริญเมตตา(คือมีความปรารถนาดี) แล้วแผ่ให้กับโลกของโอปปาติกะ, มนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย แผ่ไปทั้งสามแดนโลกธาตุอย่างไม่มีประมาณ แผ่ให้กับทุกรูปทุกนาม (หรือเจาะจงแผ่ให้ใครก็ได้ เช่น แผ่ให้กับครูบาอาจารย์, บิดามารดา, หมู่ญาติ, ผู้มีพระคุณ, เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย เป็นต้น)
(บทอัญเชิญพระเข้าตัว พร้อมกับแผ่กุศล)
สัพเพ พุทธา, สัพเพ ธัมมา, สัพเพ สังฆา,
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง,
อะระหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ว่ากี่จบก็ได้ตามสะดวกพร้อมกับน้อมแผ่ไป / หรือบางท่านจะอธิษฐานจิตก็ได้)
เสร็จแล้วกล่าวว่า..
พุทธัง อธิษฐามิ,
ธัมมัง อธิษฐามิ,
สังฆัง อธิษฐามิ.

*** เราจะอธิษฐานให้การสวดมนต์บทจักรพรรดิเป็นการแผ่บุญไปด้วยก็ได้ (คลิกฟังเพิ่มเติม) โดยให้บุญกุศลที่เราสร้างตั้งแต่อดีต-ปัจจุบันและอนาคต ให้แผ่ไปโดยอัตโนมัติตลอดชีวิต หรือแผ่ทุกขณะที่เราเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ พร้อมกับสวดในใจไปเรื่อยๆ เท่าที่นึกได้ (หรือถ้านึกสวดไม่ทันก็นึกถึงหลวงปู่ดู่ ขอให้ท่านแผ่ให้กับทุกภพภูมิ, ทุกสรรพสิ่งที่อยู่บริเวณนั้นตลอดเส้นทาง (ขั้นตอนในการปฏิบัตินั้น แล้วแต่ใครจะสะดวกหรือถนัดแบบไหน ไม่ต้องกลัวว่าจะผิด ขอให้วนเวียนอยู่กับบทสวดหรือตามระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นอันใช้ได้ ส่วนท่านใดมีวิธีปฏิบัติหรือจะเจริญสติเพิ่มเติมด้วยวิธีการใดก็ได้ตามอัธยาศัย)

สิ่งที่เน้น..คือ ให้บริกรรมบทสวดทุกอิริยาบถเท่าที่นึกได้ ไม่ว่าจะ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน, จะกินข้าว, อาบน้ำ ฯลฯ ก็ให้หมั่นสวด, หมั่นแผ่, หมั่นโมทนาบุญ, หมั่นห่างจากอารมณ์ทางโลก อยู่ไหนก็สวดได้ จะอยู่ในห้องน้ำ หรือจะทำกิจอันใดอยู่ก็สวดได้ เพราะเวลาเราตาย เราก็ตายได้ทุกที่ ท่านจึงให้หมั่นสวดได้ทุกที่ทุกเวลา จะสวดในใจหรือสวดออกเสียงก็ได้ตามความเหมาะสม *** สิ่งสำคัญคือ “ทรงพรหมวิหาร” คือ.. มีเมตตา/กรุณา/มุทิตา/อุเบกขา ไม่รำคาญในรูปรสกลิ่นเสียง ถึงรำคาญก็ไม่นาน.

เดินทางไปไหนก็สวดในใจไปเรื่อยๆ ไปไหนก็แผ่เมตตา ถ้าอารมณ์ไม่ดีก็รีบเบนรีบเปลี่ยนให้ไว ให้จิตผูกอยู่กับไตรสรณคมน์, อยู่กับจักรพรรดิ, อยู่กับหลวงปู่ดู่ อยู่กับบุญกุศล โดยเฉพาะตอนนอน ให้สวดจนหลับ นอนที่ไหนก็ให้สวด ให้ทำอย่างนี้ทุกวัน ***จนชิน***

เวลาจะแผ่บุญ ให้นึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วแผ่ให้กับมนุษย์, สัตว์, วิญญาณ หรือ แผ่ให้กับสิ่งที่มากระทบทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ …ไปไหนก็หมั่นสวดหมั่นแผ่เป็นประจำจนกลายเป็นปกตินิสัย
*** ในการแผ่บุญ ไม่ต้องสงสัยว่าเขาจะได้รับหรือไม่ การที่เรามีความปรารถนาดีแผ่ส่งไปให้ใคร ผู้ที่ได้รับเป็นอันดับแรกคือตัวเรา นั่นคือ เราได้เมตตานั่นเอง
“หลวงปู่ดู่” ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีบารมีมาก กระแสบุญบารมีของท่านยังหมุนเวียนอยู่ในโลก ดังนั้น เราจึงน้อมมาเพื่อแผ่เมตตา หรือเพื่อสร้างบารมี หรือเพื่อสร้างประโยชน์ทั้งต่อตนเอง, ต่อส่วนรวม, ต่อโลกของโอปปาติกะ, มนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งในการอาราธนาบารมีท่านเพื่อน้อมนำมาสร้างประโยชน์นี้ ขอเพียงเป็นสิ่งที่ถูกครรลองคลองธรรม.

☑️หัวข้อเพิ่มเติม : เทปเสียงสวดรอบค่ำ, กรรมฐานที่หลวงปู่ดู่สอน

Credit: เนื้อหาบางส่วนนำมาจากการบรรยายธรรมของหลวงตาม้า วัดพุทธพรหมปัญโญ(ดู่) จ.เชียงใหม่

นุโมนาธุ

หมายเหตุ : เสียงสวดมนต์ที่เผยแพร่นี้ แม้เป็นเสียงเทป(เป็นอดีต) แต่ถ้าเราสวดไปด้วยก็เป็นปัจจุบันและมีพลังงาน จะเปิดหรือไม่เปิดเสียงสวดก็ได้..ขอให้สวดเถอะ / หลวงปู่ดู่ท่านว่า.. ใครจะทำอะไร,ใครจะปฏิบัติแบบไหนหรือสายไหนก็อย่าไปปรามาสกัน “คนดีไม่ตีใคร” ท่านเตือนเสมอว่าอย่าไปว่าคนอื่น ให้เราดูตัวเอง “ท่านให้ฝึกในการเตรียมตัวตาย”

( ขอให้ทุกท่านพบแต่ความดี ปราศจากความทุกข์ )


บัญชีหลวงตาม้าเพื่อสาธารณกุศล
ชื่อบัญชี: พระวรงคต วิริยธโร
✓ธ.กรุงเทพ เลขที่: 458-0-63261-2
✓ธ.กสิกรไทย เลขที่: 383-2-23925-8
✓ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่: 853-2-10731-8
✓ธ.ออมสิน เลขที่: 020-2-95012-486